เริ่มเล่น โป๊กเกอร์ ควร เลือก Texas Hold’em หรือ Omaha
ในการเรียนรู้โป๊กเกอร์ สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ variance ซึ่งหมายถึงความผันผวนของผลลัพธ์ระยะสั้น ต่อให้คุณตัดสินใจถูกต้องบ่อยแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสเจอ bad beat ได้อยู่ดี bad beat คือสถานการณ์ที่ไพ่ดีมากของคุณกลับแพ้เพราะโชคของคู่ต่อสู้ในจังหวะสุดท้าย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอในโป๊กเกอร์ และนี่คือเหตุผลที่ไม่ควรตัดสินฝีมือจากผลลัพธ์ของมือเดียว แต่ต้องดูจากการตัดสินใจในระยะยาวมากกว่า รอบเดิมพันของเท็กซัส โฮลเอ็มมีทั้งหมด 4 รอบหลัก เริ่มจาก pre-flop ซึ่งเป็นรอบแรกหลังจากผู้เล่นได้รับไพ่ส่วนตัว 2 ใบแล้ว จากนั้นคือ flop ซึ่งจะเปิดไพ่กลาง 3 ใบพร้อมกันบนโต๊ะ ต่อด้วย turn ที่เปิดไพ่กลางใบที่ 4 และ river ที่เปิดไพ่กลางใบสุดท้ายใบที่ 5 เมื่อจบรอบ river ถ้ายังเหลือผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคน ก็จะเข้าสู่ showdown หรือการเปิดไพ่เพื่อเปรียบเทียบว่าใครมีมือดีที่สุด ความเข้าใจลำดับรอบเดิมพันเหล่านี้สำคัญมาก เพราะในแต่ละรอบเราจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และการตัดสินใจในแต่ละรอบก็จะเปลี่ยนไปตามความแข็งแรงของมือและพฤติกรรมของคู่ต่อสู้ โป๊กเกอร์เป็นเกมที่มี variance สูงหรือมีความผันผวนมาก หมายความว่าแม้คุณจะเล่นถูกต้องในระยะยาว ก็ยังแพ้ได้ในระยะสั้น เพราะโชคในไพ่มีผลเสมอ บางครั้งคุณถือมือดีมากแต่กลับเจอ bad beat คือโดนไพ่โชคช่วยของอีกฝ่ายแซงหรือชนะในจังหวะสุดท้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของเกม ไม่ได้แปลว่าคุณเล่นแย่เสมอไป คนเล่นใหม่จำนวนมากเสียขวัญเพราะแพ้ติด ๆ กันแล้วคิดว่าตัวเองไม่มีทางชนะ ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงช่วงของ variance เท่านั้น ดังนั้นถ้าจะเริ่มเล่นเท็กซัส โฮลเอ็ม ควรตั้งความคาดหวังให้ถูกว่าเกมนี้ต้องใช้ทั้งทักษะและความอดทน ไม่ใช่แค่ดวงอย่างเดียว เมื่อเริ่มเล่น คุณต้องรู้จักอันดับมือโป๊กเกอร์ด้วย เพราะนี่คือหัวใจของการชนะมือ ตอนจบเกมจะใช้ไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดจากไพ่ส่วนตัว 2 ใบและไพ่กลาง 5 ใบ มาประกอบเป็นมือที่แข็งแรงที่สุด ลำดับความแรงเรียงจากสูงไปต่ำคือ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card Royal Flush คือ A K Q J 10 ดอกเดียวกัน ซึ่งเป็นมือที่หายากและแข็งมาก Straight Flush คือไพ่เรียงดอกเดียวกัน Four of a Kind คือไพ่ 4 ใบแต้มเดียวกัน Full House คือ 3 ใบแต้มเดียวกับอีกคู่หนึ่ง Flush คือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกัน Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงแต้มแต่คนละดอกได้ Three of a Kind คือ 3 ใบแต้มเดียวกัน Two Pair คือสองคู่ One Pair คือคู่เดียว และถ้าไม่มีอะไรเลยก็จะใช้ High Card ดูไพ่สูงสุดตัดสิน ถ้าคุณยังไม่ชำนาญเรื่องนี้ ควรฝึกดูให้ไวว่ามือแบบไหนชนะมือแบบไหน เพราะถ้าจำลำดับสับสน คุณอาจตัดสินใจผิดทั้งที่จริงตัวเองชนะอยู่แล้วหรือแพ้อยู่ ยังมีรายละเอียดที่คนเล่นใหม่ควรรู้ เช่น wheel ซึ่งหมายถึง straight แบบ A-2-3-4-5 โดยเอซทำหน้าที่เป็นไพ่ต่ำ และ kicker ซึ่งเป็นไพ่ตัดสินเวลาเล่นแล้วมือหลักเสมอกัน เช่น ทั้งสองคนมีคู่เหมือนกัน แต่มีไพ่ใบอื่นช่วยตัดสินว่าฝ่ายไหนชนะ สิ่งเหล่านี้อาจดูยิบย่อย แต่ในเกมจริงมันมีผลมาก โดยเฉพาะเวลาที่คุณไปถึง showdown แล้วต้องแยกแพ้ชนะอย่างละเอียด มือใหม่จำนวนมากแพ้เพราะอ่านมือไม่ครบหรือมองข้าม kicker ทั้งที่จริงตัวเองอาจมีไพ่รองที่ดีกว่าและชนะได้ ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรรู้ เช่น wheel โป๊กเกอร์ ซึ่งหมายถึง Straight แบบ A-2-3-4-5 และ kicker โป๊กเกอร์ ซึ่งคือไพ่ที่ใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นมีมือหลักเท่ากัน เช่น ทั้งสองคนมีคู่เหมือนกัน แต่คนหนึ่งมีไพ่ใบประกอบที่สูงกว่า ก็จะชนะจาก kicker ตรงนี้ มือใหม่มักมองข้าม ทั้งที่ในการเล่นจริง kicker เป็นตัวตัดสินพ็อตบ่อยมาก โดยเฉพาะในเกมที่ผู้เล่นหลายคนยังไม่หมอบ ถ้าเพิ่งเริ่มสนใจเล่นเท็กซัส โฮลเอ็ม สิ่งแรกที่ควรรู้คือมันไม่ใช่เกมที่ต้องอาศัยดวงอย่างเดียว แม้โชคจะมีส่วน แต่เกมนี้คือการตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน การอ่านเกม การคำนวณโอกาส และการเลือกจังหวะเล่นอย่างมีวินัยต่างหากที่ทำให้คนหนึ่งเล่นได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เท็กซัส โฮลเอ็มเป็นเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก เพราะกติกาเข้าใจไม่ยากเกินไป แต่มีมิติของกลยุทธ์ลึกพอให้เรียนรู้ได้ยาว ๆ สำหรับมือใหม่ ถ้าตั้งต้นให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยลดการเสียชิปแบบไม่จำเป็น และทำให้สนุกกับเกมได้มากขึ้น ถ้าคุณเพิ่งเริ่มสนใจเท็กซัส โฮลเอ็มและกำลังหาแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าเริ่มจากตรงไหน บทความนี้เหมาะมาก เพราะเกมนี้ถึงจะดูเหมือนมีคำศัพท์เยอะ มีรอบเดิมพันหลายรอบ และมีรายละเอียดเรื่องอันดับไพ่ที่ต้องจำ แต่จริง ๆ แล้วถ้าแยกเป็นส่วน ๆ จะเห็นว่ากติกาไม่ได้ยากอย่างที่คิด เท็กซัส โฮลเอ็มคือเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และเป็นพื้นฐานสำคัญที่คนเล่นโป๊กเกอร์แทบทุกคนควรรู้ก่อนจะไปเล่นรูปแบบอื่น ๆ ด้วย จุดเด่นของเกมนี้คือผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่ส่วนตัว 2 ใบที่คนอื่นมองไม่เห็น แล้วจะมีไพ่กลาง 5 ใบที่วางหงายบนโต๊ะให้ทุกคนใช้ร่วมกันได้ การจะชนะต้องอาศัยการผสมไพ่ส่วนตัวกับไพ่กลางเพื่อสร้างมือที่ดีที่สุดจากไพ่ 5 ใบ ซึ่งบางครั้งไพ่บนโต๊ะอาจดีพอจนเรียกว่า playing the board ได้ คือใช้ไพ่กลางเป็นหลักจนดีกว่าไพ่ในมือของเราเองเสียอีก เมื่อเล่นไปสักพัก คุณจะเจอกับเรื่องอันดับไม้โป๊กเกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจำให้ได้เพราะเป็นตัวตัดสินว่าใครชนะเวลาถึง showdown อันดับไพ่จะเรียงจากสูงสุดไปต่ำสุดคือ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card โดย Royal Flush คือ A K Q J 10 ดอกเดียวกัน ส่วน Straight Flush คือไพ่ 5 ใบเรียงและดอกเดียวกัน Four of a Kind คือไพ่เบอร์เดียวกัน 4 ใบ Full House คือ 3 ใบเบอร์เดียวกับอีก 1 คู่ Flush คือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกัน Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่คนละดอกได้ Three of a Kind คือไพ่เบอร์เดียวกัน 3 ใบ Two Pair คือสองคู่ One Pair คือหนึ่งคู่ และ High Card คือกรณีไม่มีชุดใดเลยจึงดูไพ่สูงสุดเป็นหลัก เวลาคุณอยู่ที่โต๊ะ คุณจะเห็นตัวเลือกพื้นฐานอย่าง fold, check, call และ raise ซึ่งเป็นหัวใจของการเล่นโป๊กเกอร์เลยก็ว่าได้ fold คือหมอบและยอมแพ้ในมือนั้น check คือไม่เพิ่มเงินแต่ยังอยู่ในเกม call คือจ่ายเงินตามจำนวนที่คนอื่นเปิดมา ส่วน raise คือการเพิ่มเงินเข้าไปมากกว่าเดิม สิ่งที่มือใหม่มักสับสนคือ check กับ call ต่างกันยังไง คำตอบคือ check ใช้ได้เมื่อยังไม่มีใครลงเงินในรอบนั้น คุณจึงเลือกผ่านได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ call ใช้เมื่อมีคนเดิมพันมาก่อนแล้วและคุณต้องจ่ายให้เท่ากันเพื่อเล่นต่อ ความเข้าใจสองคำนี้ช่วยลดความผิดพลาดได้มาก โดยเฉพาะเวลาที่คุณยังไม่มั่นใจว่าเกมกำลังอยู่ในจังหวะไหน ถ้าพูดถึงเท็กซัส โฮลเอ็มกับโอมาฮา เกมทั้งสองดูคล้ายกันเพราะต่างก็มีไพ่กลางเหมือนกัน แต่กติกาไม่เหมือนกัน โอมาฮาให้ไพ่ส่วนตัว 4 ใบ และบังคับให้ใช้ 2 ใบจากในมือรวมกับ 3 ใบจากไพ่กลางเสมอ ในขณะที่เท็กซัส โฮลเอ็มใช้ไพ่ส่วนตัวแค่ 2 ใบ และผสมกับไพ่กลางได้อย่างอิสระมากกว่า สำหรับมือใหม่ เท็กซัส โฮลเอ็มมักเริ่มเรียนรู้ได้ง่ายกว่า เพราะโครงสร้างชัดเจน เข้าใจการเลือกมือได้ไม่ซับซ้อนเท่าโอมาฮา ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม วิธีเล่นเท็กซัส โฮลเอ็มจึงเป็นจุดเริ่มที่เหมาะสมที่สุด หลักของเกมนี้ง่ายมาก ผู้เล่นแต่ละคนจะได้ไพ่ส่วนตัว 2 ใบที่คนอื่นมองไม่เห็น และจะมีไพ่กลาง 5 ใบวางหงายอยู่บนโต๊ะ ไพ่กลางพวกนี้เป็นไพ่ร่วมที่ทุกคนใช้ประกอบมือของตัวเองได้ ทำให้เกมนี้ไม่ได้วัดกันแค่ไพ่ในมือ แต่ยังวัดกันที่การใช้ไพ่กลางให้คุ้มที่สุดด้วย บางครั้งอาจเกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า playing the board คือไพ่กลาง 5 ใบที่เปิดอยู่ดีกว่าไพ่ 2 ใบในมือของเราซะอีก จนสุดท้ายทุกคนอาจใช้ไพ่กลางชุดเดียวกันเป็นมือหลัก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแต่ไพ่ในมืออย่างเดียวถึงไม่พอ เพราะในเท็กซัส โฮลเอ็ม การคิดเป็นภาพรวมสำคัญมาก ทั้งไพ่ในมือ ไพ่กลาง และการคาดเดาว่าคู่ต่อสู้อาจถืออะไรอยู่ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝึกไปพร้อมกัน สุดท้าย ถ้าจะเริ่มจากศูนย์จริง ๆ ให้จำไว้ว่ากลยุทธ์โป๊กเกอร์พื้นฐานไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากรู้กติกา Texas Hold'em วิธีเล่น เข้าใจลำดับไพ่ และรู้ว่ารอบเดิมพันแต่ละรอบทำงานอย่างไร จากนั้นค่อยเรียนรู้เรื่อง pot odds และ equity แบบง่าย ๆ ว่าโอกาสชนะของเราคุ้มกับราคา call หรือไม่ ถ้า equity สูงกว่าความคุ้มค่าของพ็อตในตอนนั้น การ call ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ดี แต่ถ้าไม่คุ้ม การหมอบอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แนวคิดแบบนี้จะช่วยให้คุณเล่นอย่างมีระบบมากขึ้น แทนที่จะเดาสุ่มหรือเล่นตามอารมณ์ เมื่อเข้าใจพื้นฐานทั้งหมดแล้ว คุณจะเห็นว่าเท็กซัส โฮลเอ็มไม่ใช่แค่เกมเสี่ยงดวง แต่เป็นเกมที่ผสมทั้งคณิตศาสตร์ การอ่านคน และการตัดสินใจในสถานการณ์จริงได้อย่างน่าสนุกมาก และยิ่งเรียนรู้เร็วเท่าไร คุณก็จะยิ่งสนุกกับเกมนี้มากขึ้นเท่านั้น